หัวหิน เป็นเมืองชายทะเลที่ไม่ได้มีดีแค่ความสวยงามของทะเล บรรยากาศแบบทรอปิคอล และไลฟ์สไตล์ที่ผ่อนคลายเท่านั้น แต่ยังถือเป็นหนึ่งใน สวรรค์ของจุดหมายปลายทางสำหรับการเล่นกอล์ฟในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่คุณสามารถเลือกจองเวลาออกรอบ (Tee Time) สำหรับทริปถัดไปได้อีกด้วย
ด้วยการผสมผสานระหว่าง สนามกอล์ฟคุณภาพระดับสูงของประเทศไทย ค่ากรีนฟีที่คุ้มค่า วิวธรรมชาติที่สวยงาม และวัฒนธรรมการท่องเที่ยวที่แข็งแกร่ง ทำให้สนามกอล์ฟในหัวหินเป็นหนึ่งในจุดหมายหลักที่นักกอล์ฟไม่ควรพลาด
บทความจาก GoGolf ฉบับนี้ จะพาคุณไปรู้จักทุกสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการเล่นกอล์ฟในหัวหิน ตั้งแต่สนามกอล์ฟที่ดีที่สุด สิ่งอำนวยความสะดวก ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการออกรอบ เคล็ดลับการวางแผนทริป ไปจนถึงคำแนะนำสำหรับการจัดโปรแกรมกอล์ฟฮอลิเดย์แบบครบวงจร
ทำไมหัวหินจึงเป็นจุดหมายปลายทางด้านกอล์ฟระดับแนวหน้าของประเทศไทย?

หัวหินมอบประสบการณ์การเล่นกอล์ฟที่ครบถ้วน เพราะว่า:
- มีสนามกอล์ฟคุณภาพให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ระดับแชมเปียนชิพ ไปจนถึงสนามที่เหมาะสำหรับนักกอล์ฟระดับเริ่มต้นและระดับกลาง
- รายล้อมด้วยวิวธรรมชาติที่สวยงาม การเล่นกอล์ฟที่หัวหินจึงไม่ใช่แค่เรื่องของสกอร์ แต่เป็นประสบการณ์ที่เพลิดเพลินทั้งสายตาและอารมณ์
- สภาพอากาศค่อนข้างเหมาะสมตลอดทั้งปี โดยช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเล่นกอล์ฟคือระหว่างเดือนพฤศจิกายน–กุมภาพันธ์ ซึ่งอากาศสบาย ไม่ร้อนจนเกินไป
- ตั้งอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 200 กิโลเมตร เดินทางสะดวกด้วยรถยนต์หลังจากเดินทางมาถึงสนามบินหลัก
นอกจากนี้ สนามกอล์ฟหลายแห่งในหัวหินยังอยู่ใกล้หรือเป็นส่วนหนึ่งของรีสอร์ต พร้อมด้วยคลับเฮาส์หรู ร้านอาหารคุณภาพ และที่พักระดับพรีเมียม ที่ช่วยเติมเต็มประสบการณ์ Golf Holiday ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
จองสนามกอล์ฟง่ายและรวดเร็วกว่าเคย ผ่านแอป GoGolf — ดาวน์โหลดเลยตอนนี้!
8 สนามกอล์ฟที่ดีที่สุดในหัวหิน
ต่อไปนี้คือรีวิวแบบครบถ้วนของสนามกอล์ฟชั้นนำในหัวหิน ตั้งแต่สนามระดับไอคอนิกที่มีชื่อเสียง ไปจนถึงสนามที่คุ้มค่าที่สุดตามการยอมรับของชุมชนนักกอล์ฟนานาชาติ
1. Black Mountain Golf Club

Black Mountain Golf Club ถือเป็นหนึ่งในสนามกอล์ฟที่ดีที่สุดของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เป็นสนามระดับแชมเปียนชิพที่นักกอล์ฟมาเยือนหัวหินแล้วไม่ควรพลาด
ไฮไลต์สำคัญ:
- มีทั้งหมด 27 หลุม แบ่งเป็น 3 คอร์ส ได้แก่ East, North และ West มอบความหลากหลายด้านกลยุทธ์และความท้าทายในทุก ๆ รอบการเล่น
- เคยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันระดับนานาชาติหลายรายการ อาทิ True Thailand Classic และทัวร์นาเมนต์ของ Asian Tour
- รายล้อมด้วยทิวทัศน์ของภูเขาที่สวยงามตระการตา พร้อมแฟร์เวย์ที่ได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถันในระดับสูงสุด
Black Mountain มักถูกยกให้เป็น สนามกอล์ฟที่ดีที่สุดในหัวหิน และยังติดอันดับ 100 สนามกอล์ฟที่ดีที่สุดของโลก จากหลายสำนักชื่อดัง สนามแห่งนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักกอล์ฟที่มองหาความท้าทายอย่างเต็มรูปแบบ สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และคุณภาพสนามระดับท็อปของภูมิภาคนี้
2. Pineapple Valley Golf Club Hua Hin

Pineapple Valley Golf Club Hua Hin เป็นหนึ่งในสนามกอล์ฟที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในหัวหิน และสามารถยกให้เป็น สนามกอล์ฟระดับ must-play สำหรับนักกอล์ฟที่มาเยือนพื้นที่นี้ได้อย่างไม่ลังเล
ไฮไลต์สำคัญ:
- คุณภาพสนามได้รับการประเมินว่าสูงอย่างต่อเนื่อง ด้วยการออกแบบที่ใช้ประโยชน์จาก สภาพภูมิประเทศตามธรรมชาติของอดีตไร่สับปะรด ได้อย่างลงตัว
- ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน ประสบการณ์การเล่นกอล์ฟที่ดีที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และติดอันดับ Top 1,000 สนามกอล์ฟที่ดีที่สุดของโลก
- กรีนและแฟร์เวย์ได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถัน มอบประสบการณ์การเล่นที่ยอดเยี่ยมในทุก ๆ รอบ
ด้วยการออกแบบสนามที่เน้นกลยุทธ์ ทำให้ Pineapple Valley มอบประสบการณ์การออกรอบที่น่าจดจำ ขณะเดียวกัน บรรยากาศทรอปิคอลอันเงียบสงบของหัวหิน ก็ทำให้สนามแห่งนี้เหมาะทั้งสำหรับ กอล์ฟฮอลิเดย์แบบผ่อนคลาย และการเล่นกอล์ฟเชิงแข่งขันอย่างจริงจัง
3. Banyan Golf Club (Banyan / Pineapple Valley area)

สนามแห่งนี้มักถูกกล่าวถึงอยู่เสมอในรายชื่อ สนามกอล์ฟชั้นนำของหัวหิน
ไฮไลต์สำคัญ:
- สนามกอล์ฟระดับแชมเปียนชิพ 18 หลุม พาร์ 72 ระยะรวมประมาณ 7,361 หลา
- การออกแบบสนามโดดเด่นด้วยแฟร์เวย์ที่มีลูกคลื่นอย่างเป็นธรรมชาติ ผสานกับวิวภูเขาที่สวยงาม และความท้าทายเชิงกลยุทธ์ในหลายหลุม
- สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งพื้นที่ฝึกซ้อม สนามไดรฟ์กิ้งเรนจ์ และคลับเฮาส์ทันสมัย ที่เอื้อต่อการฝึกซ้อมและการพักผ่อน
Banyan Golf Club มอบประสบการณ์การเล่นกอล์ฟระดับพรีเมียม พร้อมทัศนียภาพอันน่าประทับใจ เหมาะสำหรับนักกอล์ฟที่ต้องการผสมผสานทั้งความท้าทายทางเทคนิคและความสวยงามของธรรมชาติไว้ในรอบเดียวอย่างลงตัว
4. Springfield Royal Country Club

Springfield Golf & Country Club มักถูกยกให้เป็นสนามกอล์ฟที่ คุ้มค่าที่สุด (Best Value) แห่งหนึ่งในหัวหิน ด้วยคุณภาพสนามระดับสูง แต่มีค่ากรีนฟีที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าสนามพรีเมียมหลายแห่ง
ไฮไลต์สำคัญ:
- ออกแบบโดยนักออกแบบสนามกอล์ฟระดับโลก พร้อมสนามกอล์ฟ 27 หลุม
- เหมาะสำหรับนักกอล์ฟที่มองหาสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน รวมถึงตัวเลือกที่พักแบบรีสอร์ต
- รูปแบบหลุมมีความหลากหลาย ตั้งแต่หลุมที่ท้าทายเชิงเทคนิค ไปจนถึงโซนที่เป็นมิตรกับนักกอล์ฟระดับเริ่มต้น
Springfield มอบคุณภาพสนามในระดับสูง พร้อมความคุ้มค่าในเชิงราคา เหมาะสำหรับนักกอล์ฟที่ต้องการประสบการณ์การเล่นกอล์ฟครบถ้วน โดยไม่ต้องใช้งบประมาณสูงเทียบเท่าสนามระดับพรีเมียมอื่น ๆ
5. Majestic Creek Country Club

Majestic Creek Golf Club เป็นสนามกอล์ฟที่มีความท้าทายสูง และมีชื่อเสียงอย่างมากในหมู่นักกอล์ฟทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในหัวหิน
ไฮไลต์สำคัญ:
- รูปแบบสนาม 27 หลุม ที่มีคอนทัวร์แตกต่างกันอย่างชัดเจน แฟร์เวย์ไม่ซ้ำซาก และทำให้การวางแผนเชิงกลยุทธ์ในแต่ละช็อตมีความสำคัญ
- พื้นผิวหญ้าและกรีนได้รับการดูแลอย่างดีเยี่ยม หลังจากมีการปรับปรุงและรีโนเวตครั้งใหญ่ในบางส่วนของสนาม
- บรรยากาศรอบสนามเขียวขจี พร้อมวิวเนินเขาที่สวยงาม ทำให้การออกรอบในแต่ละครั้งให้ความรู้สึกแตกต่างและน่าจดจำ
หากคุณเป็นนักกอล์ฟที่ชื่นชอบสนามซึ่งต้องใช้ทั้งกลยุทธ์และสมาธิ Majestic Creek มอบการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความท้าทายเชิงเทคนิคและความสวยงามของทัศนียภาพได้อย่างน่าประทับใจ
6. Palm Hills Golf Club & Residence

Palm Hills Golf Club เป็นหนึ่งในสนามกอล์ฟที่มีประวัติยาวนานที่สุดของหัวหิน สนามมาตรฐานระดับนานาชาติที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของยุคกอล์ฟในประเทศไทย
ไฮไลต์สำคัญ:
- ก่อตั้งขึ้นในปี 1992 และเคยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรายการใหญ่ในช่วงบุกเบิกของวงการกอล์ฟไทย
- มีแฟร์เวย์กว้าง กรีนคุณภาพดี และเลย์เอาต์สนามที่ยังคงน่าสนใจ เหมาะกับนักกอล์ฟหลากหลายระดับ
- ทำเลที่ตั้งสะดวก ใกล้สนามบินและตัวเมืองหัวหิน เดินทางง่าย เหมาะสำหรับทั้งนักท่องเที่ยวและผู้มาเยือนระยะสั้น
Palm Hills เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัส ประสบการณ์กอล์ฟสไตล์คลาสสิกในหัวหิน ท่ามกลางสนามสีเขียวสบายตาและแฟร์เวย์ที่เปิดโอกาสให้เล่นช็อตได้หลากหลายอย่างสนุกสนาน
7. Royal Hua Hin Golf Club

Royal Hua Hin Golf Course เป็นหนึ่งในสนามกอล์ฟที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศไทย และยังคงถ่ายทอดบรรยากาศแห่งประวัติศาสตร์ของวงการกอล์ฟได้อย่างชัดเจน
ไฮไลต์สำคัญ:
- สนามแห่งนี้มีความเชื่อมโยงกับยุคเริ่มต้นของกีฬากอล์ฟในประเทศไทย มอบประสบการณ์ที่แตกต่างจากสนามกอล์ฟรีสอร์ตรุ่นใหม่
- ทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้ใจกลางเมืองหัวหิน เดินทางสะดวก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการออกรอบแบบรวดเร็วโดยไม่ต้องเดินทางไกล
- เลย์เอาต์สนามและระดับความยากค่อนข้างเป็นมิตร เหมาะสำหรับนักกอล์ฟระดับกลางหรือผู้ที่ต้องการเล่นแบบผ่อนคลาย
Royal Hua Hin เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการออกรอบแบบสบาย ๆ หรือใช้เป็นหนึ่งในโปรแกรมเสริมของทริป Golf Holiday โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่อยากสัมผัสเสน่ห์ด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกอล์ฟของหัวหินอย่างแท้จริง
8. Sea Pines Golf Course
Sea Pines Golf Course เป็นสนามกอล์ฟอีกหนึ่งตัวเลือกที่มอบบรรยากาศแตกต่างจากสนามรีสอร์ตขนาดใหญ่ โดยให้ประสบการณ์แบบ Local Experience ที่เป็นกันเองและผ่อนคลายมากกว่า
ไฮไลต์สำคัญ:
- บางหลุมสามารถมองเห็นวิวทะเล เพิ่มเสน่ห์และบรรยากาศการออกรอบในย่านชายฝั่งได้อย่างชัดเจน
- บรรยากาศโดยรวมเป็นกันเอง เหมาะสำหรับนักกอล์ฟระดับกลางถึงระดับสูงที่ต้องการเล่นกอล์ฟแบบไม่เป็นทางการและไม่กดดัน
- แคดดี้อัธยาศัยดี พร้อมกลิ่นอายแบบท้องถิ่น ทำให้การเล่นกอล์ฟมีความเป็นส่วนตัวและอบอุ่นมากขึ้น
Sea Pines เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักกอล์ฟที่ต้องการผสมผสานประสบการณ์การเล่นกอล์ฟเข้ากับวิวทะเล โดยไม่จำเป็นต้องจ่ายค่ากรีนฟีในระดับพรีเมียม เหมาะทั้งสำหรับรอบเล่นสบาย ๆ และเป็นส่วนหนึ่งของทริปกอล์ฟฮอลิเดย์ในหัวหินอย่างลงตัว
ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุด & สภาพอากาศสำหรับการเล่นกอล์ฟที่หัวหิน
หัวหินตั้งอยู่ในเขตร้อนชื้น จึงมีฤดูกาลต่าง ๆ ที่ควรคำนึงถึงเมื่อวางแผนทริปกอล์ฟฮอลิเดย์:
- พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์: เป็น ฤดูท่องเที่ยวสูงสุด (ฤดูแล้ง) อากาศเย็นสบาย เหมาะสำหรับเล่นกอล์ฟได้ทั้งวันโดยไม่ร้อนเกินไป
- มีนาคม – พฤษภาคม: อุณหภูมิเริ่มสูงขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่เกี่ยงกับความร้อน
- มิถุนายน – ตุลาคม: เป็น ฤดูฝน แม้ว่าไม่จำเป็นว่าฝนจะตกทุกวัน แต่โอกาสฝนตกค่อนข้างสูง จึงแนะนำให้เลือกช่วงอื่นเพื่อประสบการณ์การเล่นกอล์ฟที่ดีที่สุด
Tips
- แนะนำให้ จองเวลาออกรอบล่วงหน้าในช่วงพีคซีซัน (พฤศจิกายน–กุมภาพันธ์) เพราะเป็นช่วงที่ความต้องการสูง สนามมักเต็มเร็ว
ด้านล่างจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับ ประมาณค่าค่าใช้จ่ายการออกรอบกอล์ฟในพัทยา ไทย (2025–2026) สำหรับการเล่น 18 หลุม (หนึ่งรอบ) ซึ่งราคาอาจต่างกันตามสนาม วันธรรมดา/สุดสัปดาห์ และการรวมแคดดี้/รถกอล์ฟหรือไม่
ค่าใช้จ่ายกอล์ฟในพัทยา (บาทไทย – THB)
1. แพ็กเกจ All-Inclusive (Green Fee + แคดดี้ + รถกอล์ฟ) หลายสนามในพัทยามักมีแพ็กเกจแบบ ครบจบในราคาเดียว ซึ่งรวมทั้งค่ากรีนฟี, ค่าบริการแคดดี้ และค่ารถกอล์ฟแล้ว
| สนามกอล์ฟ | วันธรรมดา (THB) | วันหยุดสุดสัปดาห์ (THB) |
|---|---|---|
| Siam Country Club Pattaya Old Course | ~฿6,260 | ~฿7,460 |
| Siam Plantation / Waterside / Rolling Hills | ~฿5,560 | ~฿6,460 |
| Chee Chan Golf Resort | ~฿5,200 | ~฿6,100 |
| Laem Chabang International Country Club | ~฿4,630 | ~฿5,030 |
| Burapha Golf Club | ~฿3,550 | ~฿3,950 |
| Pattana Golf Resort | ~฿3,550 | ~฿4,100 |
| Phoenix Gold Golf & Country Club (รวมรถกอล์ฟ) | ~฿4,900+ | ~฿5,200+ |
2. ตัวอย่างแพ็กเกจและราคาเพิ่มเติม
นอกเหนือจากตารางราคาข้างต้น ยังมีแพ็กเกจแบบครบวงจรที่รวมบริการเสริม เช่น ที่พักและรถรับส่งให้เลือกอีกด้วย โดยตัวอย่างแพ็กเกจมีดังนี้:
- Chee Chan Golf Resort: ราคาโดยประมาณ ฿5,800 (รวม Green Fee + แคดดี้ + รถกอล์ฟ) ไม่รวมรถรับส่ง หากเลือกแพ็กเกจที่รวมการเดินทาง ราคาจะสูงขึ้นตามระยะทางและประเภทพาหนะ
- Siam Country Club Plantation: แพ็กเกจ Golf Only ราคาโดยประมาณ ฿6,000 (รวม Green Fee + แคดดี้ + รถกอล์ฟ)
3. ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ควรคำนึงถึง
นอกเหนือจากค่ากรีนฟีแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่นักกอล์ฟควรเผื่อไว้ ได้แก่:
- ทิปแคดดี้: โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ ฿300–฿400 ต่อผู้เล่น ชำระโดยตรงให้กับแคดดี้
- ค่าเช่าอุปกรณ์กอล์ฟ: สำหรับผู้ที่ไม่ได้นำชุดไม้กอล์ฟมาเอง ค่าเช่าไม้กอล์ฟอยู่ที่ประมาณ ฿800–฿1,300 ขึ้นอยู่กับสนามกอล์ฟ
- ค่ารถรับ–ส่งโรงแรม: บางแพ็กเกจรวมบริการรับ–ส่งจากโรงแรมไว้แล้ว แต่ไม่ใช่ทุกแพ็กเกจ จึงควรตรวจสอบรายละเอียดก่อนทำการจอง
4. ประมาณการค่าใช้จ่ายรวมต่อรอบ
| ประเภทสนาม | ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ / คน (THB) |
|---|---|
| สนามระดับประหยัด / ระดับกลาง | ~฿3,000 – ฿5,000 |
| สนามระดับพรีเมียม / แชมเปียนชิพ | ~฿5,000 – ฿7,500+ |
(ราคานี้โดยทั่วไป รวม Green Fee + แคดดี้ + รถกอล์ฟ แล้ว ยังไม่รวม ทิปแคดดี้ และ ค่าเช่าอุปกรณ์ (ถ้ามี))
โดยภาพรวม ค่าใช้จ่ายในการเล่นกอล์ฟที่พัทยาอยู่ที่ประมาณ ฿3,000 ถึงมากกว่า ฿7,000 ต่อคนต่อรอบ (18 หลุม) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสนามที่เลือกและวันออกรอบ (วันธรรมดาหรือวันหยุดสุดสัปดาห์)
5. เคล็ดลับประหยัดค่าใช้จ่าย
- การออกรอบใน วันธรรมดา มักมีราคาถูกกว่าวันหยุดสุดสัปดาห์
- จองเวลาออกรอบ (Tee Time) และแพ็กเกจล่วงหน้า จะช่วยเพิ่มโอกาสได้รับส่วนลดหรือราคาพิเศษ
- ตัวแทนท้องถิ่นบางรายมี อัตราค่ากรีนฟีที่ถูกกว่าการ Walk-in หน้าสนาม
เคล็ดลับการวางแผน Golf Holiday ที่หัวหิน
1. จอง Tee Time และที่พักล่วงหน้า
สนามกอล์ฟระดับพรีเมียมอย่าง Black Mountain, Pineapple Valley และ Banyan มักมีผู้เล่นหนาแน่น โดยเฉพาะในช่วงไฮซีซัน แนะนำให้จองล่วงหน้าหลายสัปดาห์เพื่อให้ได้ช่วงเวลาที่ต้องการ
2. การเดินทางจากกรุงเทพฯ
เนื่องจากหัวหินไม่มีสนามบินนานาชาติขนาดใหญ่ นักกอล์ฟส่วนใหญ่มักบินมาลงที่กรุงเทพฯ แล้วเดินทางต่อด้วยรถยนต์หรือรถตู้ ใช้เวลาประมาณ 2–3 ชั่วโมง ซึ่งควรนำมาพิจารณาในการวางแผนตารางทริป
3. เลือกสนามให้เหมาะกับระดับฝีมือ
- ระดับเริ่มต้น–กลาง: Royal Hua Hin, Sea Pines, Palm Hills
- ระดับกลาง–ชำนาญ: Majestic Creek, Springfield Royal
- ระดับชำนาญ / ต้องการความท้าทายสูง: Black Mountain, Pineapple Valley, Banyan
4. ผ่อนคลายและใช้บริการรีสอร์ต
สนามกอล์ฟหลายแห่งในหัวหินมีแพ็กเกจแบบ Stay & Play หรือสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น สระว่ายน้ำ สปา และร้านอาหารคุณภาพ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักกอล์ฟที่มาเป็นครอบครัวหรือเดินทางเป็นกลุ่ม
ตัวอย่างโปรแกรมแนะนำ Golf Holiday ที่หัวหิน (4 วัน)
ด้านล่างนี้คือแผนทริปกอล์ฟฮอลิเดย์แบบครบถ้วน ที่คุณสามารถนำไปปรับใช้ได้ตามความต้องการ:
วันที่ 1 – เดินทางถึง & กอล์ฟเบา ๆ
- เดินทางถึงหัวหิน และเช็กอินเข้าที่พัก
- ช่วงบ่าย: ออกรอบที่ Royal Hua Hin Golf Club สนามบรรยากาศสบาย ๆ ใกล้ตัวเมือง เหมาะสำหรับการวอร์มเกมหลังเดินทาง
วันที่ 2 – กอล์ฟยามเช้าระดับแชมเปียนชิพ
- ออกรอบช่วงเช้าที่ Black Mountain Golf Club เพลิดเพลินกับวิวภูเขาและความท้าทายระดับพรีเมียม
- ช่วงบ่ายพักผ่อนที่คลับเฮาส์ หรือเที่ยวชมตัวเมืองหัวหินตามอัธยาศัย
วันที่ 3 – สนามกลยุทธ์และคุณภาพระดับสูง
- ออกรอบที่ Pineapple Valley Golf Club โดดเด่นด้วยแฟร์เวย์ที่เรียบร้อยและสภาพสนามที่ยอดเยี่ยม
- ช่วงค่ำลิ้มลองอาหารท้องถิ่น หรือพักผ่อนสบาย ๆ ริมชายหาด
วันที่ 4 – เลือกสนามปิดทริป / วันสบาย ๆ
- เลือกออกรอบปิดท้ายที่ Banyan Golf Club หรือ Springfield Royal Country Club ตามสไตล์ที่ต้องการ
- ช่วงบ่ายเตรียมเดินทางกลับกรุงเทพฯ หรือประเทศต้นทาง
สรุป
หัวหินคือจุดหมายปลายทางด้านกอล์ฟที่ครบถ้วนอย่างแท้จริงสำหรับนักกอล์ฟทุกกลุ่ม ด้วย สนามกอล์ฟระดับโลก วิวธรรมชาติที่สวยงาม ค่ากรีนฟีที่คุ้มค่า และวัฒนธรรมการท่องเที่ยวที่โดดเด่น ตั้งแต่สนามระดับแชมเปียนชิพอย่าง Black Mountain Golf Club ไปจนถึงประสบการณ์การเล่นกอล์ฟแบบสบาย ๆ ที่ Sea Pines Golf Course หัวหินมีตัวเลือกที่ตอบโจทย์นักกอล์ฟทุกระดับฝีมือ
หากคุณกำลังวางแผนทริป Golf Holiday ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สนามกอล์ฟในหัวหินถือเป็นตัวเลือกที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นทริปเดี่ยวที่มุ่งเน้นหัวหินเป็นหลัก หรือเป็นส่วนหนึ่งของ Multi-Destination Golf Tour ทำให้การเดินทางของคุณไม่ใช่แค่การออกรอบกอล์ฟ แต่เป็นการสร้าง ความทรงจำด้านกอล์ฟที่น่าประทับใจและยากจะลืมเลือน
[ Follow our social media Account: GoGolf Instagram | GoGolf Facebook | GoGolf X ]
