เชียงใหม่ เป็นที่รู้จักในฐานะอัญมณีที่ซ่อนเร้นของเอเชีย สำหรับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ธรรมชาติภูเขา อาหารท้องถิ่น และการพักผ่อนแบบ Golf Getaway เมืองนี้มีสนามกอล์ฟชั้นนำหลายแห่งในภาคเหนือของประเทศไทย ตั้งแต่สนามระดับ Championship Class ไปจนถึงสนามบรรยากาศสบาย ๆ ที่เหมาะกับนักกอล์ฟทุกระดับฝีมือ
ในบทความจาก GoGolf ฉบับนี้ คุณจะได้พบกับ คู่มือที่ครบถ้วนและอัปเดตล่าสุดเกี่ยวกับสนามกอล์ฟในเชียงใหม่ ครอบคลุมตั้งแต่คำแนะนำสนาม สิ่งอำนวยความสะดวก สภาพสนาม การเดินทาง เคล็ดลับการฝึกซ้อม กลยุทธ์การเล่น ไปจนถึงตัวอย่างโปรแกรม Golf Holiday ที่ช่วยให้คุณวางแผนทริปได้อย่างมั่นใจและลงตัว
ทำไมเชียงใหม่จึงเหมาะที่จะเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการเล่นกอล์ฟ

เชียงใหม่เป็นจุดหมายปลายทางด้านกอล์ฟที่น่าสนใจด้วยเหตุผลสำคัญหลายประการ ได้แก่:
- ภูมิประเทศที่โดดเด่นสวยงาม ด้วยวิวภูเขา ป่าเขตร้อน และอากาศเย็นสบายแบบพื้นที่สูง สร้างบรรยากาศการเล่นกอล์ฟที่น่าประทับใจ
- ตัวเลือกสนามกอล์ฟที่หลากหลาย ตั้งแต่สนามระดับ แชมเปียนชิพ 27 หลุม ไปจนถึงสนามเชิงกลยุทธ์ที่ คุ้มค่าในด้านราคา
- สภาพอากาศที่เหมาะสม โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งระหว่าง พฤศจิกายน–กุมภาพันธ์ ทำให้สามารถเล่นกอล์ฟได้อย่างสบายตลอดทั้งวัน
- เหมาะสำหรับการจัดทริป Golf Holiday หลายวัน เนื่องจากสนามหลายแห่งมีแพ็กเกจ Stay & Play และตั้งอยู่ใกล้ตัวเมือง รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเชียงใหม่
เชียงใหม่ไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายสำหรับนักกอล์ฟมืออาชีพเท่านั้น แต่ยังเป็นเมืองที่นักกอล์ฟสายพักผ่อน รวมถึงนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การเล่นกอล์ฟระดับนานาชาติในภาคเหนือของประเทศไทย สามารถเพลิดเพลินได้อย่างแท้จริง
จองสนามกอล์ฟง่ายและรวดเร็วกว่าเคย ผ่านแอป GoGolf — ดาวน์โหลดเลยตอนนี้!
สนามกอล์ฟที่ดีที่สุดในเชียงใหม่
ด้านล่างนี้คือรีวิวแบบละเอียดของสนามกอล์ฟที่ได้รับการแนะนำมากที่สุดในเชียงใหม่ พร้อมจุดเด่น ลักษณะสนาม สิ่งอำนวยความสะดวก และเอกลักษณ์ที่ทำให้แต่ละสนามแตกต่างกัน
1. Alpine Golf Resort Chiang Mai

Alpine Golf Resort Chiang Mai เป็นหนึ่งในสนามกอล์ฟที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับมากที่สุดในพื้นที่เชียงใหม่ อีกทั้งยังเคยเป็นสนามแข่งขันรายการ Chiangmai Golf Classic ของ Asian Tour ก่อนปี 2014 อีกด้วย
ไฮไลต์
- สนามกอล์ฟระดับแชมเปียนชิพ 27 หลุม แบ่งออกเป็น 3 คอร์ส (9 หลุมต่อคอร์ส)
- ออกแบบโดย Ron M. Garl สถาปนิกสนามกอล์ฟชื่อดัง ผู้มีผลงานสนามระดับโลกหลายแห่ง
- เลย์เอาต์สนามผสานภูมิประเทศตามธรรมชาติ ทั้งภูเขา ทะเลสาบ และแฟร์เวย์ที่เต็มไปด้วยความท้าทายเชิงเทคนิค
ลักษณะการเล่น
- มีหลายหลุมที่ยาวและต้องวางแผนอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะ พาร์ 5 ระยะยาว ที่เปิดโอกาสทำเบอร์ดี้ แต่ก็มีความเสี่ยงสูง
- สภาพแฟร์เวย์และกรีนได้รับการดูแลอย่างดีเยี่ยม ความเร็วกรีน (Stimp Meter) เร็วและสม่ำเสมอ
- สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งคลับเฮาส์หรู ร้านโปรช็อป ร้านอาหาร และที่พักแบบรีสอร์ต
Alpine Golf Resort เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักกอล์ฟที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์กอล์ฟคุณภาพระดับสูงในเชียงใหม่ ตั้งแต่การวางกลยุทธ์การเล่นไปจนถึงการดื่มด่ำกับทัศนียภาพธรรมชาติที่งดงามอย่างแท้จริง
2. Chiangmai Highlands Golf & Spa Resort

Chiangmai Highlands Golf & Spa Resort เป็นสนามกอล์ฟที่ได้รับรางวัลด้านกอล์ฟระดับเอเชียมาแล้วหลายครั้ง และยังเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในสนามที่ ดีที่สุดและคุ้มค่าที่สุด แห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ไฮไลต์
- สนามกอล์ฟระดับแชมเปียนชิพ 27 หลุม ตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขาทางตอนเหนือของเชียงใหม่ พร้อมทัศนียภาพที่สวยงามตระการตา
- ออกแบบโดย Lee Schmidt (Schmidt-Curley Design) บริษัทผู้ออกแบบสนามกอล์ฟชื่อดัง ซึ่งอยู่เบื้องหลังสนามระดับท็อปหลายแห่งในเอเชีย
- การจัดวางสนามรองรับนักกอล์ฟหลากหลายระดับ ด้วย แท่นที (Tee Box) ถึง 5 ระดับ ช่วยให้การเล่นเหมาะสมกับทุกฝีมือ
ลักษณะการเล่น
- บังเกอร์ลึกและแฟร์เวย์กว้าง ช่วยทดสอบทักษะการวางแผนและการเลือกช็อตอย่างรอบคอบ
- บรรยากาศเงียบสงบ อากาศเย็นสบายแบบภูเขา และอากาศบริสุทธิ์ ทำให้การเล่นกอล์ฟเป็นประสบการณ์ที่ผ่อนคลายอย่างแท้จริง
- สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งคลับเฮาส์และ สปารีสอร์ต สำหรับการพักผ่อนหลังออกรอบ
สนามแห่งนี้มักถูกยกให้เป็น สนามโปรดของนักกอล์ฟในเชียงใหม่ ด้วยการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างความสวยงามของธรรมชาติ ความท้าทายเชิงเทคนิค และความคุ้มค่าในเชิงประสบการณ์ Golf Holiday อย่างครบถ้วน
3. Summit Green Valley Chiang Mai Country Club

Summit Green Valley Chiang Mai Country Club เป็นสนามกอล์ฟที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ทั้งในหมู่นักกอล์ฟชาวไทยและชาวต่างชาติ โดดเด่นด้วยการออกแบบสไตล์ Parkland Course ที่สวยงามและเล่นสนุก
ไฮไลต์
- ตั้งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองเชียงใหม่เพียงประมาณ 20 นาที เดินทางสะดวก
- ออกแบบโดย Dennis Griffiths สถาปนิกสนามกอล์ฟชื่อดัง ซึ่งเป็นผู้ออกแบบสนามกอล์ฟระดับชั้นนำหลายแห่งในกรุงเทพฯ
ลักษณะการเล่น
- แฟร์เวย์ค่อนข้างราบ แต่มีบังเกอร์และอุปสรรคน้ำจำนวนมาก ทำให้ผู้เล่นต้องวางแผนการเล่นอย่างรอบคอบ
- หลุมที่ 18 เป็นไฮไลต์สำคัญด้วย Island Green ที่ท้าทายทั้งทักษะและสมาธิของนักกอล์ฟ
- สนามไดรฟ์กิ้งเรนจ์มองเห็นวิว ทะเลสาบแม่สา เหมาะสำหรับการวอร์มอัพก่อนออกรอบ
สนามแห่งนี้เหมาะทั้งสำหรับนักกอล์ฟระดับกลางและนักกอล์ฟที่มีประสบการณ์ ที่กำลังมองหาสนามซึ่งมีแฟร์เวย์ชัดเจน พร้อมความท้าทายด้านกลยุทธ์ในการวางช็อตอย่างมีนัยสำคัญ
4. Royal Chiangmai Golf Resort

Royal Chiangmai Golf Resort เป็นหนึ่งในสนามกอล์ฟที่มีประวัติยาวนานของเชียงใหม่ มอบประสบการณ์การเล่นกอล์ฟที่ผ่อนคลาย เหมาะสำหรับนักกอล์ฟทุกระดับฝีมือ
ไฮไลต์
- สนามกอล์ฟสไตล์ Parkland 18 หลุม ตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาและหุบเขา โดดเด่นด้วยบรรยากาศธรรมชาติที่สวยงามและเงียบสงบ
ลักษณะการเล่น
- การออกแบบสนามให้ความท้าทายในระดับ เบาถึงปานกลาง เหมาะกับการออกรอบแบบสบาย ๆ
- มีบางรีวิวระบุว่าสภาพแฟร์เวย์และกรีนอาจแตกต่างกันไปในแต่ละช่วงเวลา แต่เลย์เอาต์แบบคลาสสิกยังคงให้ความสนุกสำหรับการเล่นแบบผ่อนคลาย
- เหมาะสำหรับนักกอล์ฟที่ต้องการผสมผสานการเล่นกอล์ฟเข้ากับ วันพักผ่อนสบาย ๆ (Relaxing Day) ในเชียงใหม่
สนามแห่งนี้มักได้รับการแนะนำสำหรับผู้ที่มองหาบรรยากาศการเล่นที่ไม่หนักเกินไป และสามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรม Golf Holiday ในเชียงใหม่ เพื่อเติมเต็มทริปให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
5. Mae Jo Golf Club & North Hill Golf Club

นอกจากสนามกอล์ฟขนาดใหญ่ที่กล่าวถึงข้างต้นแล้ว เชียงใหม่ยังมีสนามกอล์ฟอีกหลายแห่งที่ช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับประสบการณ์การเล่นกอล์ฟ ได้แก่
Mae Jo Golf Club
สนามกอล์ฟที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ รายล้อมด้วยวิวเนินเขาและต้นไม้เขียวขจีอันเป็นเอกลักษณ์ของภาคเหนือของประเทศไทย
North Hill Golf Club Chiang Mai
สนามกอล์ฟที่โดดเด่นด้วยทิวทัศน์ของดอยสุเทพ เหมาะสำหรับการเล่นกอล์ฟแบบผ่อนคลาย ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติแบบทรอปิคอล
ทั้งสองสนามเหมาะสำหรับนักกอล์ฟที่ชื่นชอบการดื่มด่ำกับทิวทัศน์สวยงาม รวมถึงผู้ที่มองหาสนามที่เล่นง่ายกว่า เพื่อใช้เป็นจุดเริ่มต้นหรือปิดท้ายทริป Golf Holiday ในเชียงใหม่ อย่างลงตัว
ฤดูกาลและสภาพอากาศที่เหมาะที่สุดสำหรับการเล่นกอล์ฟในเชียงใหม่
เชียงใหม่มีสภาพอากาศแบบเขตร้อนภูเขา ซึ่งทำให้บรรยากาศและเงื่อนไขในการเล่นกอล์ฟแตกต่างกันไปในแต่ละช่วงของปี ดังนี้
- ฤดูแล้ง (พฤศจิกายน–กุมภาพันธ์): ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการเล่นกอล์ฟ อากาศเย็นสบาย โอกาสฝนตกน้อย และอากาศปลอดโปร่ง เหมาะสำหรับการออกรอบได้ตลอดทั้งวัน
- ฤดูร้อน (มีนาคม–พฤษภาคม): อุณหภูมิในช่วงกลางวันอาจค่อนข้างสูง แต่ช่วงเช้าและช่วงเย็นยังคงเหมาะกับการเล่นกอล์ฟ
- ฤดูฝน (มิถุนายน–ตุลาคม): มีโอกาสเกิดฝนตกเป็นบางช่วง แต่ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้สนามมีความเขียวขจีและพื้นสนามนุ่ม ให้ประสบการณ์การเล่นที่แตกต่างออกไป
เคล็ดลับ แนะนำให้เลือกเดินทางในช่วง ฤดูหนาวหรือฤดูแล้ง เพื่อให้ได้ประสบการณ์การเล่นกอล์ฟที่ดีที่สุด โดยไม่ต้องกังวลเรื่องฝนหรืออุณหภูมิที่ร้อนจัด
ค่าใช้จ่ายการเล่นกอล์ฟในเชียงใหม่
ด้านล่างนี้คือ ประมาณการค่าใช้จ่าย สำหรับการเล่นกอล์ฟ 1 รอบ 18 หลุม ที่เชียงใหม่ ประเทศไทย ราคานี้เป็นเพียงแนวทางโดยประมาณ ซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามสนามกอล์ฟ ช่วงเวลา (ฤดูกาลสูง–ต่ำ) และองค์ประกอบอื่น ๆ เช่น รวมแคดดี้หรือไม่ รวมรถกอล์ฟหรือไม่ เป็นต้น
(จากนั้นสามารถใส่ตารางราคาได้ต่อเนื่อง เช่น สนามใด ราคาเท่าไหร่ วันธรรมดา/วันหยุด)
1. แพ็กเกจ Green Fee + แคดดี้ + รถกอล์ฟ (18 หลุม)
ด้านล่างนี้เป็นตัวอย่าง แพ็กเกจราคาสำหรับการเล่น 18 หลุม ซึ่งรวม ค่ากรีนฟี + ค่าแคดดี้ + รถกอล์ฟ ต่อคนแล้ว
สนามกอล์ฟหลักในเชียงใหม่
| สนามกอล์ฟ | ช่วงราคาโดยประมาณ (THB / คน) |
|---|---|
| Mae Jo Golf Club & Resort | ~฿3,950 ต่อคน |
| Chiang Mai Highlands Golf & Spa Resort | ~฿4,250 ต่อคน |
| Alpine Golf Resort Chiang Mai | ~฿5,100 ต่อคน |
| Summit Green Valley Chiang Mai Country Club | ~฿4,500 ต่อคน |
| Royal Chiang Mai Golf Resort | ~฿2,700 ต่อคน (แพ็กเกจรวมแคดดี้ & รถกอล์ฟ) |
2. ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ควรคำนึงถึง
นอกเหนือจากค่ากรีนฟีแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่มักต้องเผื่อไว้ ได้แก่
- ทิปแคดดี้: โดยทั่วไปแนะนำประมาณ ฿300–฿400 ต่อคน
- ค่าเช่าไม้กอล์ฟ: หากไม่ได้พกอุปกรณ์มาเอง ค่าเช่าอยู่ที่ประมาณ ฿800–฿1,000 ขึ้นอยู่กับสนาม
- ค่ารถรับ–ส่งโรงแรม/การเดินทาง: บางแพ็กเกจรวมบริการรับ–ส่งไว้แล้ว แต่ไม่ใช่ทุกแพ็กเกจ ควรตรวจสอบรายละเอียดก่อนจอง
ตัวอย่างสรุปค่าใช้จ่ายต่อรอบ (18 หลุม)
| ประเภทรายการ | ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ |
|---|---|
| Green Fee + แคดดี้ + รถกอล์ฟ (มาตรฐาน) | ~฿3,000 – ฿5,500+ |
| ทิปแคดดี้เพิ่มเติม (ไม่บังคับ) | ~฿300 – ฿400 |
| ค่าเช่าไม้กอล์ฟ (ไม่บังคับ) | ~฿800 – ฿1,000 |
| รวมโดยประมาณ (All-in) | ~฿3,500 – ฿6,500+ ต่อคน |
หลายสนามมี ส่วนลด Tee Time หรือราคาพิเศษในช่วง Low Season
หมายเหตุ
- บางสนาม เช่น Royal Chiangmai Golf Resort มีอัตรา Green Fee ที่ต่ำกว่า (ประมาณ ฿2,700–฿3,000) โดยรวมแคดดี้และรถกอล์ฟสำหรับ 18 หลุมแล้ว
- ราคามัก แตกต่างกันระหว่างวันธรรมดาและวันหยุดสุดสัปดาห์ รวมถึงช่วง High/Low Season
โดยสรุป ค่าใช้จ่ายการเล่นกอล์ฟในเชียงใหม่โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ ฿3,000 ถึงมากกว่า ฿5,500 ต่อคนต่อรอบ (18 หลุม) ซึ่งรวม Green Fee + แคดดี้ + รถกอล์ฟ แล้ว แต่ ยังไม่รวมทิปแคดดี้ และค่าใช้จ่ายเสริมอื่น ๆ เช่น ค่าเช่าอุปกรณ์
เคล็ดลับการวางแผน Golf Holiday ที่เชียงใหม่
ต่อไปนี้คือกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยให้ทริปกอล์ฟฮอลิเดย์ของคุณในเชียงใหม่เป็นไปอย่างราบรื่น คุ้มค่า และสนุกยิ่งขึ้น
1. จอง Tee Time ล่วงหน้า
สนามยอดนิยมอย่าง Alpine Golf Resort และ Chiangmai Highlands มักมีผู้เล่นหนาแน่น โดยเฉพาะในช่วงฤดูท่องเที่ยว แนะนำให้จองเวลาออกรอบล่วงหน้าอย่างน้อยหลายสัปดาห์ เพื่อให้ได้ช่วงเวลาที่ต้องการ
2. การเดินทางและการเข้าถึงสนาม
เชียงใหม่ไม่มีเที่ยวบินนานาชาติขนาดใหญ่จำนวนมาก นักกอล์ฟส่วนใหญ่มักเดินทางมาถึงที่ สนามบินนานาชาติเชียงใหม่ (CNX) จากนั้นใช้บริการแท็กซี่หรือรถตู้เดินทางต่อไปยังสนามกอล์ฟต่าง ๆ
3. ผสมผสานหลายสนามในทริปเดียว
ด้วยจำนวนสนามกอล์ฟที่หลากหลาย คุณสามารถวางแผนเล่นหลายสนามภายในทริปเดียวได้ เช่น Alpine + Chiangmai Highlands + Summit Green Valley ภายในระยะเวลา 3–4 วัน เพื่อเพิ่มความหลากหลายของประสบการณ์
4. เลือกสนามให้เหมาะกับระดับฝีมือ
ควรเลือกสนามให้สอดคล้องกับระดับการเล่นของคุณ:
- ระดับแชมเปียนชิพ / ความท้าทายสูง: Alpine Golf Resort, Chiangmai Highlands
- ระดับกลาง / เน้นกลยุทธ์: Summit Green Valley
- เล่นสบาย ๆ / คุ้มค่า: Royal Chiangmai, Mae Jo, North Hill
ตัวอย่างโปรแกรมแนะนำ Golf Holiday (4–5 วัน)
วันที่ 1
- เดินทางถึงเชียงใหม่ และเช็กอินเข้าที่พัก
- ช่วงบ่าย: ออกรอบเบา ๆ ที่ North Hill Golf Club หรือ Mae Jo Golf Club เพื่อวอร์มเกมและปรับร่างกาย
วันที่ 2
- ออกรอบที่ Alpine Golf Resort Chiang Mai สัมผัสประสบการณ์สนามระดับแชมเปียนชิพอย่างแท้จริง ท่ามกลางทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงามตระการตา
- ช่วงบ่ายพักผ่อนที่คลับเฮาส์ หรือออกไปตะลุยชิมอาหารท้องถิ่นในเมืองเชียงใหม่
วันที่ 3
- ออกรอบช่วงเช้าที่ Chiangmai Highlands Golf & Spa Resort เพลิดเพลินกับวิวภูเขาและแฟร์เวย์ที่ท้าทาย
- ช่วงบ่ายผ่อนคลายที่สปา หรือแวะเที่ยวแลนด์มาร์กสำคัญของเมือง
วันที่ 4
- ออกรอบที่ Summit Green Valley Chiang Mai Country Club เพื่อเพิ่มความหลากหลายของรูปแบบการเล่น
- ช่วงบ่ายซื้อของฝาก และพักผ่อนสบาย ๆ ในตัวเมือง
วันที่ 5
- ปิดท้ายทริปด้วยรอบเล่นสบาย ๆ ที่ Royal Chiangmai Golf Resort หรือ North Hill Golf Club ก่อนเตรียมตัวเดินทางกลับ
โปรแกรมนี้ช่วยสร้างสมดุลระหว่าง ความท้าทายเชิงเทคนิค ความสวยงามของทัศนียภาพ และประสบการณ์การพักผ่อนอย่างครบถ้วน เหมาะสำหรับทริป Golf Holiday ในเชียงใหม่อย่างลงตัว
สรุป
เชียงใหม่ไม่ได้เป็นเพียงเมืองแห่งวัฒนธรรมและธรรมชาติเท่านั้น แต่ สนามกอล์ฟในเชียงใหม่ ยังมอบประสบการณ์การเล่นกอล์ฟที่ ครบถ้วน ท้าทาย และมีมาตรฐานระดับโลก ตั้งแต่สนามระดับพรีเมียมอย่าง Alpine Golf Resort ไปจนถึงสนามที่เป็นมิตรและเน้นกลยุทธ์ เช่น Summit Green Valley หรือ Royal Chiangmai ซึ่งมีตัวเลือกที่ตอบโจทย์นักกอล์ฟทุกระดับ ตั้งแต่มือใหม่ไปจนถึงผู้เล่นระดับสูง
ด้วย สภาพอากาศที่สบายตลอดปี ทิวทัศน์ธรรมชาติอันงดงาม และ สิ่งอำนวยความสะดวกด้านกอล์ฟและรีสอร์ตที่ครบครัน เชียงใหม่จึงเหมาะอย่างยิ่งที่จะเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านกอล์ฟอันดับต้น ๆ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่คุณควรเลือกจองเวลาออกรอบ (Tee Time) ไว้ในลิสต์ทริปถัดไป
[ Follow our social media Account: GoGolf Instagram | GoGolf Facebook | GoGolf X ]